
ชื่อวิดีโอ: Trump says ‘ships are starting to move’ through Strait of Hormuz (ทรัมป์กล่าวว่า "เรือเริ่มเคลื่อนตัว" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว)
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
• [
00:00] โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อัปเดตสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) บนแพลตฟอร์ม Truth Social
• [
00:07] ทรัมป์ระบุว่าเรือที่บรรทุกน้ำมันจำนวนมากกำลังเริ่มเดินทางออกจากช่องแคบตาม "เส้นทางสายใต้ (Southern highway)" ซึ่งเขายืนยันว่าเป็นเส้นทางที่ปลอดภัย มั่นคง และไม่มีอันตราย
• [
00:28] อลัน ฟิสเชอร์ (Alan Fisher) ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera ประจำทำเนียบขาว รายงานว่า กระแสตอบรับต่อเรื่องข้อตกลงนี้ในสหรัฐฯ มีหลากหลาย โดยหลายฝ่ายรู้สึกว่ามันเป็น "การสร้างกระแสมากกว่าการมีเนื้อหาสาระที่แท้จริง"
• [
00:42] เจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์หลายรายการ โดยพยายามสนับสนุนว่าข้อตกลงนี้ดีต่อสหรัฐฯ และจะทำให้อิหร่านไม่มีทางมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ พร้อมยกย่องท่าทีที่แข็งกร้าวของทรัมป์ แต่เขาก็ยอมรับว่ายังมี "รายละเอียดสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย" ซึ่งจุดนี้ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่ามันจะเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับสหรัฐฯ จริงหรือไม่
• [
01:06] ทรัมป์ต้องการนำเสนอว่าข้อตกลงนี้ดีกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในยุคของบารัค โอบามา (ซึ่งทรัมป์นำสหรัฐฯ ถอนตัวออกมาในปี 2018) อย่างมาก
• [
01:19] อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์จากทั้งฝ่ายซ้ายและขวา โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนหลักของทรัมป์เองก็ยังตั้งคำถามอย่างเปิดเผย พวกเขากังวลว่าสหรัฐฯ ยังทำไม่มากพอที่จะหยุดยั้งอิหร่าน และอาจยิ่งทำให้อิหร่านแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ยังกังวลว่าอิหร่านอาจรู้จุดอ่อนและใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลกอีกในอนาคต
• [
01:52] แม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่าเริ่มมีเรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลของผู้คน (แม้แต่กลุ่มผู้สนับสนุนเขาเอง) ลดลงไปในเรื่องที่ว่า ข้อตกลงนี้อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่สวยหรูอย่างที่ทรัมป์คิดเอาไว้
ชื่อวิดีโอ: Iran says ‘peace deal’ ends US blockade, war on all fronts (อิหร่านระบุ 'ข้อตกลงสันติภาพ' ยุติการปิดล้อมของสหรัฐฯ และสงครามในทุกแนวรบ)
สรุปเนื้อหาสำคัญจากการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน (Ismael Baghaei - โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน):
• ความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลง: มีการบรรลุ "บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding - MoU)" ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามและการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย
• การรวมเลบานอนในข้อตกลงหยุดยิง: อิหร่านเน้นย้ำว่าการยุติสงครามในเลบานอนเป็นส่วนสำคัญและแยกออกไม่ได้จากข้อตกลงนี้ อิหร่านยืนยันว่าจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามปฏิบัติตามความรับผิดชอบในการหยุดยิง รวมถึงเคารพอธิปไตยของเลบานอน
• การชดเชยทางเศรษฐกิจและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร: โฆษกระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศจะได้รับการปล่อยคืน นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการบูรณะฟื้นฟูและการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม โดยฝ่ายสหรัฐฯ จะต้องยุติมาตรการคว่ำบาตรทั้งในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตลอดจนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับคณะมนตรีความมั่นคงฯ และโครงการนิวเคลียร์ อิหร่านคาดหวังว่าจะสามารถกลับมาขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ทันทีหลังจากการลงนาม
• การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz): ประเด็นความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านจะร่วมมือกับโอมานในการบริหารจัดการและรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือ โดยยืนยันถึงสิทธิและอธิปไตยในการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการบริการด้านความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล
• จุดยืนเรื่องนิวเคลียร์: เมื่อถูกถามถึงคำกล่าวของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปจัดการเรื่องวัสดุนิวเคลียร์ อิหร่านตอบโต้ว่าสหรัฐฯ เคยลองทำมาแล้วและเห็นผลลัพธ์แล้ว ข้อตกลงปัจจุบันยังไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยของโครงการนิวเคลียร์ โดยเรื่องนี้จะถูกยกยอดไปเจรจากันในช่วง 60 วันหลังจากการลงนามในข้อตกลง ซึ่งรวมถึงประเด็นสิทธิในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมด้วย
• ความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล: โฆษกย้ำชัดเจนหลายครั้งว่า อิหร่าน "ไม่ไว้วางใจ" ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล (ซึ่งถูกเรียกว่า Zionist entity หรือไซออนิสต์) โดยมองว่าทั้งสองประเทศไม่มีความซื่อสัตย์ในการรักษาสัญญา อย่างไรก็ตาม อิหร่านชี้ว่าสหรัฐฯ มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการควบคุมอิสราเอลให้ปฏิบัติตามข้อตกลง และหากมีการละเมิดข้อตกลง สหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ชื่อวิดีโอ: Obama FIRES BACK as Trump pushes new Iran agreement (โอบามาโต้กลับขณะทรัมป์ผลักดันข้อตกลงอิหร่านฉบับใหม่)
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
• [
00:01] ประเด็นข่าวหลัก: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเดินทางไปประชุม G7 หลังจากบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน โดยมีรายงานว่าทรัมป์บอกกับสื่อ New York Times ว่าข้อตกลงนี้จะอนุญาตให้อิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมต่อได้ "สำหรับวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่ทางการทหาร"
• [
00:14] ท่าทีของบารัค โอบามา: อดีตประธานาธิบดีโอบามาออกมาตั้งข้อสงสัยว่า ข้อตกลงใหม่นี้มันต่างจากข้อตกลงเดิมในยุคของเขาอย่างไร โดยเขากล่าวว่า "มันน่าสงสัยว่าข้อตกลงใดๆ ที่เกิดขึ้น จะมีความแตกต่างหรือดีขึ้นกว่าข้อตกลงที่เรามีแต่แรกอย่างมีนัยสำคัญ... ซึ่งมันใช้งานได้ดีมาระยะหนึ่งแล้วก่อนที่สหรัฐฯ จะถอนตัวออกมา"
• [
00:46] มุมมองจากนักวิเคราะห์ Fox News (Mark Thiessen):
• พิธีกรและนักวิเคราะห์ให้ความเห็นแย้งโอบามา โดยชี้ให้เห็นจุดแตกต่างสำคัญคือ การโจมตีทางทหารกว่า 14,000 ครั้งที่ผ่านมา ได้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจนจมอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
• นอกจากนี้ยังทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่านไปถึง 82%, ทำลายกองทัพเรือ, ระงับกองทัพอากาศทั้งหมด และผู้นำระดับสูงของอิหร่านรวมถึง Ayatollah Khamenei และ Qasem Soleimani ก็เสียชีวิตไปแล้ว
• [
01:49] รายละเอียดที่คาดว่าจะอยู่ในข้อตกลง (เบื้องต้น):
• การกลับมาสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
• ยุติการปิดล้อมอิหร่าน
• เจรจาเรื่องการจัดการการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ (ทรัมป์บอกว่าจะจัดการเศษวัสดุนิวเคลียร์ให้เสร็จใน 60 วัน)
• ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
• ปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ (ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลง)
• ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน
• [
02:33] ข้อกังวลจากนักวิเคราะห์:
1.รายละเอียดยังไม่ชัดเจน: ตอนนี้เป็นเพียงข้อตกลงที่จะเจรจากันต่อในเรื่องนิวเคลียร์
2.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งของทรัมป์: ทรัมป์จะอยู่ในตำแหน่งอีกแค่สองปีครึ่ง หากมีประธานาธิบดีที่ "อ่อนแอ" (เขาเปรียบเทียบถึงโอบามาและไบเดน) เข้ามาแทน อิหร่านอาจใช้ช่องโหว่นี้
3.การช่วยฟื้นฟูระบอบเดิม: การยกเลิกการปิดล้อมและคืนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้อิหร่านในตอนนี้ (พร้อมมีแนวคิดเรื่องกองทุนฟื้นฟูมูลค่ามหาศาล) เป็นเหมือนการต่อลมหายใจให้ระบอบการปกครองของอิหร่านที่กำลังย่ำแย่จากการโจมตีทางทหารให้กลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าเหมือนการใช้แผนมาร์แชลฟื้นฟูเยอรมนีในขณะที่พรรคนาซียังคงมีอำนาจอยู่
• [
03:58] ประเด็นเรื่องสงครามตัวแทน (Proxies): พิธีกรทิ้งท้ายด้วยข้อกังวลเรื่องเลบานอน โดยเน้นว่าต้องระบุให้ชัดเจนว่า อิสราเอลไม่ได้โจมตี "ประเทศเลบานอน" แต่โจมตี "กลุ่มฮิซบอลเลาะห์" ซึ่งอิหร่านเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุน หากจัดการส่วนนี้ไม่ดี ข้อตกลงนี้อาจพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

ชื่อวิดีโอ: Vance HINTS 'a lot of people' in Mideast didn't want US-Iran peace deal (แวนซ์แย้ม "คนจำนวนมาก" ในตะวันออกกลางไม่ต้องการข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน)
ลิงก์วิดีโอ:
https://youtu.be/MorcgBPf9IQ
• ข้อตกลงประวัติศาสตร์: ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม 100 กว่าวันกับอิหร่านที่เมืองเจนีวา โดยได้สั่งให้เปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
• หวิดล้มโต๊ะเจรจา: ข้อตกลงเกือบพังลงเมื่ออิสราเอลโจมตีเลบานอน ทำให้อิหร่านเตรียมยิงขีปนาวุธตอบโต้ แต่สหรัฐฯ (นำโดยทรัมป์) และกาตาร์เข้าไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ โดย เจ.ดี. แวนซ์ ระบุว่ามีหลายฝ่ายในตะวันออกกลางที่ไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพนี้
• เงื่อนไขที่อิหร่านต้องยอมรับ: อิหร่านไม่สามารถบีบให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากตะวันออกกลางได้ และจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซพร้อมทั้งทำลายแร่ยูเรเนียมทิ้ง เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
• สถานการณ์ภายในอิหร่าน: กองทัพอิหร่านอ่อนแอลงมากจากยุทธการ "Epic Fury" ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการสังหารผู้นำสูงสุด (คาเมเนอี) อย่างไรก็ตาม ลูกชายของเขาได้ขึ้นสืบทอดอำนาจแทน กลุ่มสายแข็งกร้าวยังคงอยู่และมีแนวโน้มปราบปรามประชาชนต่อไป
• บทสรุปเรื่องนิวเคลียร์: แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมดจะถูกนำออกและทำลายทิ้ง ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลหมดความกังวลเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ (โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เกือบส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปยึด แต่ยกเลิกภารกิจเนื่องจากอิหร่านวางกับดักระเบิดไว้หนาแน่น)
อัพเดทข่าวไม่ด่วน//ทรัมปมา สันติภาพบังเกิด รากหญ้า มีกินมีใช้ ..ไม่ฆ่ากันหน้าปั้ม อีดต่อไป
ชื่อวิดีโอ: Trump says ‘ships are starting to move’ through Strait of Hormuz (ทรัมป์กล่าวว่า "เรือเริ่มเคลื่อนตัว" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว)
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
• [00:00] โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อัปเดตสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) บนแพลตฟอร์ม Truth Social
• [00:07] ทรัมป์ระบุว่าเรือที่บรรทุกน้ำมันจำนวนมากกำลังเริ่มเดินทางออกจากช่องแคบตาม "เส้นทางสายใต้ (Southern highway)" ซึ่งเขายืนยันว่าเป็นเส้นทางที่ปลอดภัย มั่นคง และไม่มีอันตราย
• [00:28] อลัน ฟิสเชอร์ (Alan Fisher) ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera ประจำทำเนียบขาว รายงานว่า กระแสตอบรับต่อเรื่องข้อตกลงนี้ในสหรัฐฯ มีหลากหลาย โดยหลายฝ่ายรู้สึกว่ามันเป็น "การสร้างกระแสมากกว่าการมีเนื้อหาสาระที่แท้จริง"
• [00:42] เจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์หลายรายการ โดยพยายามสนับสนุนว่าข้อตกลงนี้ดีต่อสหรัฐฯ และจะทำให้อิหร่านไม่มีทางมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ พร้อมยกย่องท่าทีที่แข็งกร้าวของทรัมป์ แต่เขาก็ยอมรับว่ายังมี "รายละเอียดสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย" ซึ่งจุดนี้ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่ามันจะเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับสหรัฐฯ จริงหรือไม่
• [01:06] ทรัมป์ต้องการนำเสนอว่าข้อตกลงนี้ดีกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในยุคของบารัค โอบามา (ซึ่งทรัมป์นำสหรัฐฯ ถอนตัวออกมาในปี 2018) อย่างมาก
• [01:19] อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์จากทั้งฝ่ายซ้ายและขวา โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนหลักของทรัมป์เองก็ยังตั้งคำถามอย่างเปิดเผย พวกเขากังวลว่าสหรัฐฯ ยังทำไม่มากพอที่จะหยุดยั้งอิหร่าน และอาจยิ่งทำให้อิหร่านแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ยังกังวลว่าอิหร่านอาจรู้จุดอ่อนและใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลกอีกในอนาคต
• [01:52] แม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่าเริ่มมีเรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลของผู้คน (แม้แต่กลุ่มผู้สนับสนุนเขาเอง) ลดลงไปในเรื่องที่ว่า ข้อตกลงนี้อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่สวยหรูอย่างที่ทรัมป์คิดเอาไว้
ชื่อวิดีโอ: Iran says ‘peace deal’ ends US blockade, war on all fronts (อิหร่านระบุ 'ข้อตกลงสันติภาพ' ยุติการปิดล้อมของสหรัฐฯ และสงครามในทุกแนวรบ)
สรุปเนื้อหาสำคัญจากการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน (Ismael Baghaei - โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน):
• ความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลง: มีการบรรลุ "บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding - MoU)" ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามและการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย
• การรวมเลบานอนในข้อตกลงหยุดยิง: อิหร่านเน้นย้ำว่าการยุติสงครามในเลบานอนเป็นส่วนสำคัญและแยกออกไม่ได้จากข้อตกลงนี้ อิหร่านยืนยันว่าจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามปฏิบัติตามความรับผิดชอบในการหยุดยิง รวมถึงเคารพอธิปไตยของเลบานอน
• การชดเชยทางเศรษฐกิจและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร: โฆษกระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศจะได้รับการปล่อยคืน นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการบูรณะฟื้นฟูและการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม โดยฝ่ายสหรัฐฯ จะต้องยุติมาตรการคว่ำบาตรทั้งในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตลอดจนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับคณะมนตรีความมั่นคงฯ และโครงการนิวเคลียร์ อิหร่านคาดหวังว่าจะสามารถกลับมาขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ทันทีหลังจากการลงนาม
• การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz): ประเด็นความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านจะร่วมมือกับโอมานในการบริหารจัดการและรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือ โดยยืนยันถึงสิทธิและอธิปไตยในการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการบริการด้านความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล
• จุดยืนเรื่องนิวเคลียร์: เมื่อถูกถามถึงคำกล่าวของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปจัดการเรื่องวัสดุนิวเคลียร์ อิหร่านตอบโต้ว่าสหรัฐฯ เคยลองทำมาแล้วและเห็นผลลัพธ์แล้ว ข้อตกลงปัจจุบันยังไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยของโครงการนิวเคลียร์ โดยเรื่องนี้จะถูกยกยอดไปเจรจากันในช่วง 60 วันหลังจากการลงนามในข้อตกลง ซึ่งรวมถึงประเด็นสิทธิในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมด้วย
• ความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล: โฆษกย้ำชัดเจนหลายครั้งว่า อิหร่าน "ไม่ไว้วางใจ" ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล (ซึ่งถูกเรียกว่า Zionist entity หรือไซออนิสต์) โดยมองว่าทั้งสองประเทศไม่มีความซื่อสัตย์ในการรักษาสัญญา อย่างไรก็ตาม อิหร่านชี้ว่าสหรัฐฯ มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการควบคุมอิสราเอลให้ปฏิบัติตามข้อตกลง และหากมีการละเมิดข้อตกลง สหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ชื่อวิดีโอ: Obama FIRES BACK as Trump pushes new Iran agreement (โอบามาโต้กลับขณะทรัมป์ผลักดันข้อตกลงอิหร่านฉบับใหม่)
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
• [00:01] ประเด็นข่าวหลัก: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเดินทางไปประชุม G7 หลังจากบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน โดยมีรายงานว่าทรัมป์บอกกับสื่อ New York Times ว่าข้อตกลงนี้จะอนุญาตให้อิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมต่อได้ "สำหรับวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่ทางการทหาร"
• [00:14] ท่าทีของบารัค โอบามา: อดีตประธานาธิบดีโอบามาออกมาตั้งข้อสงสัยว่า ข้อตกลงใหม่นี้มันต่างจากข้อตกลงเดิมในยุคของเขาอย่างไร โดยเขากล่าวว่า "มันน่าสงสัยว่าข้อตกลงใดๆ ที่เกิดขึ้น จะมีความแตกต่างหรือดีขึ้นกว่าข้อตกลงที่เรามีแต่แรกอย่างมีนัยสำคัญ... ซึ่งมันใช้งานได้ดีมาระยะหนึ่งแล้วก่อนที่สหรัฐฯ จะถอนตัวออกมา"
• [00:46] มุมมองจากนักวิเคราะห์ Fox News (Mark Thiessen):
• พิธีกรและนักวิเคราะห์ให้ความเห็นแย้งโอบามา โดยชี้ให้เห็นจุดแตกต่างสำคัญคือ การโจมตีทางทหารกว่า 14,000 ครั้งที่ผ่านมา ได้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจนจมอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
• นอกจากนี้ยังทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่านไปถึง 82%, ทำลายกองทัพเรือ, ระงับกองทัพอากาศทั้งหมด และผู้นำระดับสูงของอิหร่านรวมถึง Ayatollah Khamenei และ Qasem Soleimani ก็เสียชีวิตไปแล้ว
• [01:49] รายละเอียดที่คาดว่าจะอยู่ในข้อตกลง (เบื้องต้น):
• การกลับมาสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
• ยุติการปิดล้อมอิหร่าน
• เจรจาเรื่องการจัดการการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ (ทรัมป์บอกว่าจะจัดการเศษวัสดุนิวเคลียร์ให้เสร็จใน 60 วัน)
• ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
• ปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ (ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลง)
• ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน
• [02:33] ข้อกังวลจากนักวิเคราะห์:
1.รายละเอียดยังไม่ชัดเจน: ตอนนี้เป็นเพียงข้อตกลงที่จะเจรจากันต่อในเรื่องนิวเคลียร์
2.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งของทรัมป์: ทรัมป์จะอยู่ในตำแหน่งอีกแค่สองปีครึ่ง หากมีประธานาธิบดีที่ "อ่อนแอ" (เขาเปรียบเทียบถึงโอบามาและไบเดน) เข้ามาแทน อิหร่านอาจใช้ช่องโหว่นี้
3.การช่วยฟื้นฟูระบอบเดิม: การยกเลิกการปิดล้อมและคืนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้อิหร่านในตอนนี้ (พร้อมมีแนวคิดเรื่องกองทุนฟื้นฟูมูลค่ามหาศาล) เป็นเหมือนการต่อลมหายใจให้ระบอบการปกครองของอิหร่านที่กำลังย่ำแย่จากการโจมตีทางทหารให้กลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าเหมือนการใช้แผนมาร์แชลฟื้นฟูเยอรมนีในขณะที่พรรคนาซียังคงมีอำนาจอยู่
• [03:58] ประเด็นเรื่องสงครามตัวแทน (Proxies): พิธีกรทิ้งท้ายด้วยข้อกังวลเรื่องเลบานอน โดยเน้นว่าต้องระบุให้ชัดเจนว่า อิสราเอลไม่ได้โจมตี "ประเทศเลบานอน" แต่โจมตี "กลุ่มฮิซบอลเลาะห์" ซึ่งอิหร่านเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุน หากจัดการส่วนนี้ไม่ดี ข้อตกลงนี้อาจพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
ชื่อวิดีโอ: Vance HINTS 'a lot of people' in Mideast didn't want US-Iran peace deal (แวนซ์แย้ม "คนจำนวนมาก" ในตะวันออกกลางไม่ต้องการข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน)
ลิงก์วิดีโอ: https://youtu.be/MorcgBPf9IQ
• ข้อตกลงประวัติศาสตร์: ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม 100 กว่าวันกับอิหร่านที่เมืองเจนีวา โดยได้สั่งให้เปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
• หวิดล้มโต๊ะเจรจา: ข้อตกลงเกือบพังลงเมื่ออิสราเอลโจมตีเลบานอน ทำให้อิหร่านเตรียมยิงขีปนาวุธตอบโต้ แต่สหรัฐฯ (นำโดยทรัมป์) และกาตาร์เข้าไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ โดย เจ.ดี. แวนซ์ ระบุว่ามีหลายฝ่ายในตะวันออกกลางที่ไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพนี้
• เงื่อนไขที่อิหร่านต้องยอมรับ: อิหร่านไม่สามารถบีบให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากตะวันออกกลางได้ และจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซพร้อมทั้งทำลายแร่ยูเรเนียมทิ้ง เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
• สถานการณ์ภายในอิหร่าน: กองทัพอิหร่านอ่อนแอลงมากจากยุทธการ "Epic Fury" ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการสังหารผู้นำสูงสุด (คาเมเนอี) อย่างไรก็ตาม ลูกชายของเขาได้ขึ้นสืบทอดอำนาจแทน กลุ่มสายแข็งกร้าวยังคงอยู่และมีแนวโน้มปราบปรามประชาชนต่อไป
• บทสรุปเรื่องนิวเคลียร์: แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมดจะถูกนำออกและทำลายทิ้ง ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลหมดความกังวลเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ (โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เกือบส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปยึด แต่ยกเลิกภารกิจเนื่องจากอิหร่านวางกับดักระเบิดไว้หนาแน่น)